ข่าวเด่น : ไทย-ยูเออีขยายความร่วมมือด้านการกงสุลและการดูแลคนไทยในยูเออี News

ข่าวเด่น : ไทย-ยูเออีขยายความร่วมมือด้านการกงสุลและการดูแลคนไทยในยูเออี

             เมื่อวันที่ 18 - 20 ธันวาคม 2559 นายวราวุธ ชูวิรัช อธิบดีกรมการกงสุล ได้นำคณะผู้แทนกรมการกงสุลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเยือนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เพื่อเข้าพบหารือกับนาย Yaser Al Shemaili อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศยูเออี และ พล.อ. Maktoum Al Sharaif รองผู้บังคับการตำรวจรัฐอาบูดาบี เกี่ยวกับแนวทางการขยายความร่วมมือด้านการกงสุลระหว่างกัน ทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารบุคคลและการสร้างเครือข่ายประสานงานระหว่างหน่วยงานด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ไทย-ยูเออี รวมทั้งการให้ความคุ้มครองสวัสดิภาพคนไทยที่อาศัยอยู่ในยูเออี

             การหารือดำเนินไปอย่างสร้างสรรค์และเกิดผลสำเร็จหลายประการ อาทิ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันที่จะจัดทำ MOU ว่าด้วยความร่วมมือด้านการกงสุล ซึ่งจะถือเป็น MOUด้านการกงสุลฉบับแรกที่ไทยทำกับต่างประเทศ ฝ่ายยูเออีได้ตอบรับที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลคนไทยที่ประสบปัญหาในยูเออีและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานงานกับสถานทูตไทยเป็นการเฉพาะเพื่อให้สถานทูตไทยสามารถให้ความช่วยเหลือคนไทยได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แสดงออกถึงความพร้อมในการผลักดันให้ความร่วมมือดังกล่าวเกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมโดยเร็วด้วย

             อธิบดีกรมการกงสุลได้ใช้โอกาสการเยือนนี้ในการเยี่ยมเยียนและร่วมพูดคุยกับชุมชนไทยในกรุง    อาบูดาบีเพื่อรับทราบสภาพความเป็นอยู่และรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาในการทำงานของแรงงานไทยในยูเออีด้วย ข้อเท็จจริงพบว่ามีแรงงานไทยจำนวนหนึ่งถูกชักชวนมาทำงานโดยไม่ผ่านกระบวนการที่ถูกต้องจากกระทรวงแรงงานของไทย ทำให้เกิดปัญหาการเปลี่ยนสัญญาจ้างงานภายหลังซึ่งส่งผลให้เงินเดือนและสวัสดิการของแรงงานไทยลดลงกว่าที่เคยตกลงกันไว้ และอีกหลายรายประสบปัญหานายจ้างค้างจ่ายเงินเดือนและถูกหักค่าดำเนินการอย่างไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ยังพบว่ามีคนไทยบางกลุ่มที่ลักลอบมาทำงานผิดกฎหมายของยูเออีจนส่งผลในทางลบต่อความสงบเรียบร้อยในสังคมและต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในยูเออี ซึ่งอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับยูเออีด้วย

             ปัจจุบันมีคนไทยอาศัยอยู่ในยูเออีประมาณ 9,000 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานฝีมือในโรงงานและโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมามีหญิงไทยจำนวนมากเข้ามาลักลอบทำงานนวดผิดกฎหมายและถูกทางการยูเออีจับกุมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายท้องถิ่น  หากมีคนไทยที่ตกทุกข์ได้ยากในยูเออีและประสงค์ขอความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรสายด่วน + (9715) 6112 1348 หรือจากสถานกงสุลใหญ่ ณ นครดูไบ ที่เบอร์โทรสายด่วน + (9715) 0652 5945 ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทยได้ย้ายที่ทำการมายังอาคารหลังใหม่ ตั้งอยู่ที่  Villa 65 Al Shumous Street, Zafranah Area ตั้งแต่วันที 15 พฤศจิกายน 2559 เป็นต้นมา กรมการกงสุลขอแนะนำผู้ที่ประสงค์จะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศขอให้ติดต่อผ่านกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เพื่อป้องกันปัญหาการถูกหลอกลวงและตกเป็นเหยื่อในขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์