บริการ

การจดทะเบียนคนเกิด


การจดทะเบียนคนเกิด (ในต่างประเทศ)

1. ผู้ที่ต้องแจ้งเกิดกับสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุล

    1.1 เด็กสัญชาติไทยที่เกิดนอกราชอาณาจักร ต้องแจ้งการเกิดต่อ
          นายทะเบียน (จนท. กงสุล) สถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุล

    1.2 เด็กสัญชาติไทยที่เกิดนอกราชอาณาจักร หมายถึง 
  
          - เด็กที่เกิดจากบิดา หรือ มารดาเป็นบุคคลสัญชาติไทย
            (มาตรา 17 (1) พ.ร.บ. สัญชาติ พ.ศ. 2508) แก้ไขเพิ่มเติม
            โดย พ.ร.บ. สัญชาติ (ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535) 

          - ทั้งนี้ ให้มีผลใช้บังคับกับผู้เกิดก่อนวันที่ พ.ร.บ. สัญชาติ
            (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 ใช้บังคับ ดังนั้น เด็กที่เกิดก่อนวันที่ 
            25 ก.พ. 2535 ซึ่งไม่ได้สัญชาติไทย ตาม พ.ร.บ. สัญชาติ
            พ.ศ. 2508 ย่อมได้สัญชาติไทยโดยการเกิดย้อนหลัง

สรุปข้อวินิจฉัยการได้สัญชาติไทย ตาม พ.ร.บ. สัญชาติ (ฉบับที่ 2) 
พ.ศ. 2535 กรณีบุคคลเกิดนอกราชอาณาจักร 


สัญชาติบิดา      สัญชาติมารดา      สถานภาพการสมรส      สัญชาติบุตร        

     ไทย                  ไทย                        จด ทบ.                    ไทย

     ไทย                  ไทย                        ไม่จด                       ไทย

     ไทย                  อื่นๆ                         จด ทบ.                    ไทย 

     ไทย                  อื่นๆ                         ไม่จด             ไม่ได้สัญชาติไทย**

      อื่นๆ                  ไทย                          จด                         ไทย 

      อื่นๆ                  ไทย                        ไม่จด                        ไทย


*ข้อกฎหมาย -- ม. 7 (1), ม. 10 

** ตามคำพิพากษาศาลฏีกา ปี 2543 


2.  ขั้นตอนการดำเนินงาน 

     2.1  นายทะเบียน (กงสุล) รับคำร้องขอจดทะเบียนคนเกิด โดยมีเอกสาร ดังนี้ 
            - หนังสือรับรองการเกิด / หรือ สูติบัตรท้องถิ่น ซึ่งจะระบุชื่อ เด็ก บิดา มารดา
              เพื่อตรวจสอบสัญชาติของเด็ก

            - ทั้งนี้ หนังสือดังกล่าว ควรผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศของ 
              ประเทศนั้น ๆ ก่อน 

            - นอกจากนี้ นายทะเบียนจะสอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง และบันทึก
              ปากคำไว้เป็นหลักฐาน จากนั้น จะตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แน่ชัดว่าเด็กเป็น
              บุคคลสัญชาติไทยที่เกิดจาก บิดา - มารดา สัญชาติไทยจริง จึงจะดำเนินการ
              ออกสูติบัตรให้

     2.2  ตาม พ.ร.บ. ทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 กำหนดให้ผู้แจ้งการเกิดตามกฎหมาย
            ต้องเป็น บิดา หรือ มารดา 

            ในกรณีที่ บิดา หรือ มารดา ไม่สามารถแจ้งเกิดด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจ
            ให้ผู้อื่นแจ้งแทนได้ --- > โดยทำเป็นหนังสือมอบอำนาจ 

             และเมื่อผู้ที่ได้รับมอบอำนาจได้แจ้งเกิดต่อนายทะเบียนแล้ว ให้ถือว่าผู้มีหน้าที่
             นั้นได้แจ้งแล้ว 

      2.3  เอกสาร บิดา - มารดา 
             - บิดา - มารดา ที่เป็นบุคคลสัญชาติไทย โปรดนำหลักฐานราชการไทยออกให้
               มาแสดง ดังนี้
 
               -- บัตรประจำตัวประชาชน 
               -- หนังสือเดินทาง 
               -- สำเนาทะเบียนบ้าน 
               -- สำเนาทะเบียนสมรส 
               -- หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี) 


3.  การตั้งชื่อ 

     3.1  พ.ร.บ. ชื่อบุคคล พ.ศ. 2505 กำหนดให้ผู้มีสัญชาติไทย ต้องมี
            - ชื่อตัว 
            - ชื่อสกุล 

            ส่วนชื่อรองจะมีหรือไม่ก็ได้ 

     3.2  การตั้งชื่อตัว และชื่อรอง ต้องไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับพระปรมาภิไธย
            พระนามของพระราชินี หรือราชทินนาม และต้องไม่มีคำหรือความหมายหยาบคาย

            ชื่อรอง ต้องไม่พ้องกับชื่อสกุลของบุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีที่คู่สมรสใช้ชื่อสกุล
            ของอีกฝ่ายหนึ่ง หรือ กรณีบุตรใช้ชื่อสกุลเดิมของมารดา หรือบิดาเป็นชื่อรองของตน
            (พ.ร.บ. ชื่อบุคคล พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2548) 

            การตั้งชื่อบุตรเป็นสำเนียงภาษาต่างประเทศ โดยอ้างความจำเป็นเพื่อรักษาสิทธิ
            ของบุตรย่อมถือเป็นการกระทำเพื่อรักษาสิทธิอันควรมีควรได้ของบุตร โดยให้อยู่ใน
            ดุลยพินิจของนายทะเบียน ทั้งนี้ ต้องไม่มีความหยาบคาย

            สำหรับผู้นับถือศาสนาอิสลาม ประสงค์จะตั้งชื่อตัว ชื่อรอง ตามความนิยามของหลัก
            ศาสนา เนื่องจาก พ.ร.บ. ชื่อบุคคล พ.ศ. 2505 มาตรา 6 กำหนดให้การตั้งชื่อตัว 
            ชื่อรอง ต้องไม่มีความหยาบคาย ให้นายทะเบียนตรวจสอบความหมายหรือคำแปล
            ชื่อตัว ชื่อรองที่ขอตั้งว่ามีความหมายไม่หยาบคายหรือไม่ จากพจนานุกรมฉบับ
            ราชบัณฑิตยสถาน รวมทั้งผู้นับถือศาสนาอิสลาม หากสามารถยืนยันความหมาย 
            และคำแปลได้ นายทะเบียนก็ดำเนินการให้ 

     3.3  การตั้งชื่อเด็กไม่ตรงกับชื่อที่ปรากฎในเอกสารที่ทางการท้องถิ่นออกให้ 
 
            หากผู้ที่แจ้งเกิดตั้งชื่อเด็กไม่ตรงกับชื่อที่ระบุในหนังสือรับรองการเกิด หรือสูติบัตร
            ที่ทางการท้องถิ่นออกให้ นายทะเบียนจะทำการบันทึกการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง
            ให้ได้ความว่าเด็กที่แจ้งเกิดเป็นบุคคลเดียวกันกับเด็กที่มีชื่อระบุในเอกสารหรือหลักฐาน
            ที่ทางการท้องถิ่นออกให้ จากนั้นจะกรอกรายการชื่อเด็กในสูติบัตรตามคำร้อง 


4.  การใช้นามสกุลของเด็ก 

     4.1  กรณี บิดา-มารดา จดทะเบียนสมรส

            1) เด็กที่เกิดจาก บิดา-มารดา จดทะเบียนสมรสมีสิทธิใช้นามสกุลบิดา 
                (ป.พ.พ. มาตรา 1561) การจดทะเบียนสมรสหมายความถึงการจด
                ทะเบียนสมรสตามแบบกฎหมายแห่งประเทศที่คู่สมรสได้จดทะเบียน 
                (ป.พ.พ. มาตรา 1459) ประกอบมาตรา 20 พ.ร.บ. ว่าด้วยการขัดกัน
                แห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481

             2) หากบิดา-มารดา ประสงค์จะให้บุตรใช้นามสกุลมารดา
                 นายทะเบียนสามารถกรอกนามสกุลของบูตรในสูติบัตร โดยชื่อสกุล
                 ของมารดาได้ เพราะ ป.พ.พ. มาตรา 1561 ไม่ได้บังคับว่าบุตรต้องใช้
                 นามสกุลของบิดา (คำพิพากษาฎีกา ที่ 1283/2522)

                 ทั้งนี้ การดำเนินการ นายทะเบียนจะสอบปากคำ บิดา-มารดา แล้วบันทึก
                 ปากคำให้ปรากฎความยินยอมไว้เป็นหลักฐานทั้งบิดาและมารดา 
                 พร้อมด้วยเหตุผล 

            3)  หากบิดา-มารดา ประสงค์จะให้บุตรใช้นามสกุลของบุคคลอื่น 
                 นายทะเบียนสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุล ไม่มีอำนาจดำเนินการ 
                 เพราะการอนุญาตให้ใช้นามสกุลร่วมกับบุคคลอื่น เป็นอำนาจของ
                 นายทะเบียนท้องที่ที่เจ้าของนามสกุลมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
                 (ม. 10 พ.ร.บ. ชื่อบุคคล พ.ศ. 2505)    
             

     4.2  กรณี บิดา-มารดา ไม่ได้จดทะเบียนสมรส 

            1)  เด็กเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของมารดาฝ่ายเดียว และมีสิทธิใช้
                 นามสกุลของมารดา มารดาแจ้งเกิดโดยให้บุตรใช้นามสกุลของตนเอง 
                 (ป.พ.พ. มาตรา 1531 วรรค 2) 

            2)  หากมารดาจะให้บุตรใช้นามสกุลของบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
                 และบิดาเป็นผู้แจ้งเกิดกับทางการท้องถิ่น โดยให้ใช้นามสกุลของบิดา
                 หรือบิดายินยอมให้บุตรนอกสมรสใช้นามสกุลของตน โดยเป็นการยินยอม
                 ทั้ง 2 ฝ่าย นายทะเบียนจะสอบปากคำ บิดาและบันทึกการแสดง
                 ความยินยอมที่จะให้บุตรนอกสมรสใช้นามสกุลไว้เป็นหลักฐาน 

            3)  หากมารดาไม่ยินยอมให้บุตรใช้นามสกุลของบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
                 แม้บิดาจะยินยอม นายทะเบียนจะออกสูติบัตรให้บุตรใช้นามสกุลบิดาไม่ได้
                 เพราะอำนาจปกครองบุตรอยู่กับ มารดา (ป.พ.พ. 1566 วรรคท้าย) 

 

5.  การขอเพิ่มชื่อบุตรเกิดใหม่ในทะเบียนบ้าน 

     การขอเพิ่มชื่อบุตรในทะเบียนบ้านในประเทศไทย ให้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียน
     สำนักงานเขตอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องที่ที่ผู้ร้องมีภูมิลำเนา พร้อมเอกสาร 
     หลักฐาน ได้แก่ 

     - สูติบัตร ซึ่งออกโดยนายทะเบียนสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุล
     - สำเนาทะเบียนบ้าน
     - บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง 
     - บัตรประจำตัวประชาชนเจ้าบ้าน 
     - บัตรประจำตัวประชาชน บิดา - มารดา 

     ในทางปฏิบัติจะต้องมีหนังสือเดินทางไทยที่ใช้เดินทางเข้าประเทศไทยด้วย 
     หากไม่มี อำเภอจะไม่เพิ่มชื่อ 

 

 

*********************
 

ไฟล์แนบ