บริการ

ระบบการนิติกรณ์เอกสาร

ระบบการนิติกรณ์เอกสาร

แบ่งได้ 2 ระบบ ดังนี้ 

1. การรับรองเอกสารตามมประเพณีระหว่างประเทศ (Traditional Legalization) 

    ระบบการรับรองเอกสารตามแบบประเพณีปฏิบัติระหว่างประเทศ เป็นการรับรองเอกสาร
แบบเป็นทอดๆ ต่อเนื่องกันเป็นห่วงโซ่ (Chain Legalization) ตั้งแต่ประเทศต้นทาง 
(ประเทศที่ออกเอกสาร) ไปจนถึงประเทศปลายทาง (ประเทศที่ต้องการนำเอกสารไปใช้) 
โดยขั้นตอนในการรับรองเอกสารประเภทนี้มีความซับซ้อน ใช้เวลา มีค่าใช้จ่ายในการ
รับรองเอกสารจำนวนมาก 

     ปัจจุบัน ไทยใช้ระบบการรับรองเอกสารรูปแบบดังกล่าว  

 

2. การรับรองเอกสารตามอนุสัญญากรุงเฮก ว่าด้วยการยกเลิกข้อกำหนดของการ
    นิติกรณ์สำหรับเอกสารมหาชนจากต่างประเทศ 

    (The Hague Convention of 5 October 1961 Abolishing the Requirement 
     of Legalization for Foreign Public Documents หรือ The 1961 Hague 
     Apostille Convention) 

     ระบบการรับรองเอกสารตามอนุสัญญากรุงเฮกฯ มีการลดขั้นตอนในการรับรองเอกสาร
เพื่อจะทำให้การรับรองสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น 

     การรับรองเอกสารตามอนุสัญญากรุงเฮกฯ ได้มีการตัดขั้นตอนการรับรองเอกสาร
ที่ต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศและจากสถานเอกอัครราชทูต/ 
สถานกงสุล (Diplomatic or Consular Certification หรือ Diplomatic or 
Consular Legalization) ออก 

       โดยให้รัฐภาคีแต่ตั้งหน่วยงานขึ้นมารับผิดชอบ มีหน้าที่ในการรับรองเอกสาร 
ซึ่งจะเป็นหน่วยงานใดก็ได้ ส่วนใหญ่แล้วจะให้กระทรวงการต่างประเทศเป็น
หน่วยงานรับผิดชอบ แต่ในบางประเทศก็มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย หรือ 
กระทรวงยุติธรรม หรือสำนักงานอัยการ หรือสำนักประธานาธิบดีเป็นหน่วยงาน
รับผิดชอบ 

          การรับรองกระทำโดยการออกใบรับรอง หรือ Certificate ที่เรียกว่า 
"Apostille"  ซึ่งจะระบุข้อมูลประเทศที่ออกเอกสาร เอกสารลงนามโดยผู้ใด 
ลงนามในฐานะอะไร ประทับตรา หรือดวงตราของหน่วยงานใด ใบรับรอง 
Apostille นี้ออกโดยหน่วยงานใด รับรองโดยใคร ที่ไหน เมื่อใด พร้อมทั้ง
ลงลายมือชื่อ และตราประทับของผู้ลงนามรับรองและเลขที่ของใบรับรอง 

          การรับรองจะเป็นการรับรองลายมือชื่อ ตราประทับ หรือดวงตราประทับ
(Signature, seal and stamp) และผู้ลงนามในเอกสารลงนามในตำแหน่งหน้าที่ใด
(The capacity in which the person signing the document has acted) 

           จากนั้น สามารถนำเอาเอกสารไปใช้ในประเทศปลายทางได้ โดยไม่ต้อง
ผ่านการรับรองใด ๆ อีก และหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความแท้จริงของเอกสาร
ก็สามารถตรวจสอบได้โดยตรงกับหน่วยงานดังกล่าว 

           ทั้งนี้ การรับรองตามอนุสัญญากรุงเฮกฯ จะใช้รับรองเฉพาเอกสารมหาชน
(Public Documents) ซึ่งได้แก่เอกสารที่ออกโดยเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวกับ
ศาล อัยการ เอกสารทางการปกครอง (Administrative Documents) เอกสารที่
ออกโดยโนตารีปัปลิกรับรองหนังสือรับรอง หรือ เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการ

            ตัวอย่างของเอกสารมหาชน เช่น สูติบัตร มรณบัตร ใบทะเบียนสมรส 
คำพิพากษาของศาล เอกสารที่ผ่านการรับรองของโนตาลีปัปลิก ใบปริญญาบัตร 
หรือประกาศนียบัตรที่ออกโดยสถานศึกษาของรัฐ เป็นต้น 

 

***********************