|
|
 |
|  |
|
|
หน้า: 1/22
รายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์
เรื่อง การใช้บัตรเครดิตผู้อื่นในการซื้อบัตรโดยสาร
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย รายงานว่า ปัจจุบันสายการบินนานาชาติในมาเลเซีย (โดยเฉพาะที่สนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์) เข้มงวดในการใช้บัตรเครดิตผู้อื่นซื้อบัตรโดยสารเครื่องบิน โดยหากเป็นการใช้บัตรเครดิตที่ไม่ใช่ชื่อเจ้าตัวซื้อบัตรโดยสารเครื่องบิน จะต้องมีเจ้าของบัตรเครดิตไปแสดงตัวยืนยัน หรือต้องมีเอกสารรับรองไปแสดงด้วยถึงจะยอมให้เช็คอิน หรือไม่ก็ต้องจ่ายเป็นเงินสดแทนถึงจะยอมให้ผู้โดยสารเช็คอินได้
กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ จึงของประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวหรือทำธุรกิจในประเทศมาเลเซีย (กัวลาลัมเปอร์)ได้รับทราบถึงข้อมูลและกฎระเบียบของสายการบินประเทศมาเลเซียเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหาในระหว่างการเดินทางไปยังประเทศดังกล่าว
(12 พฤษภาคม 2553)
ระเบียบ: การนำเงินสดหรือสินค้าเข้าประเทศรัสเซีย
สถานเอกอัครราชทูต ณ ประเทศรัสเซีย รายงานว่า มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางจากประเทศในยุโรปไปยังกรุงมอสโก เพื่อต่อเครื่องบินกลับมากรุงเทพฯ และนำสินค้าซึ่งซื้อจากยุโรป มูลค่าเกินกว่า 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ ติดตัวเข้าไปด้วยโดยไม่ทราบว่าต้องสำแดงรายการสิ่งของในการกรอกใบศุลกากร (Custom Declaration form) ก่อนเข้าเมือง เมื่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรรัสเซียตรวจพบจึงยึดสิ่งของทั้งหมดไว้ที่ท่าอากาศยานกรุงมอสโก
จากเหตุการณ์ดังกล่าว กองคุ้มครองฯ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้คนไทยที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว หรือเดินทางไปทำธุรกิจยังประเทศรัสเซียในระยะนี้ว่าหากนำสินค้าหรือสิ่งของที่มีมูลค่าเกิน 2,000 ดอลลาร์สหรัฐเข้าเมืองโปรดกรอกใบศุลกากร เพื่อสำแดงรายการสินค้าต่อ เจ้าหน้าศุลกากรรัสเซีย โดยต้องเดินผ่านช่องศุลกากรสีแดง(มีสินค้าต้องสำแดง) ทั้งนี้อาจขอใบศุลกากรได้จากเจ้าหน้าที่สายการบิน มิเช่นนั้นอาจเกิดเหตุการณ์ ดังเช่นกรณีของนักท่องเที่ยวไทยข้างต้น
นอกจากนี้รัสเซียยังมีระเบียบห้ามนำเงินตราต่างประเทศ (เงินสด) มูลค่าเกิน 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ ออกนอกประเทศนอกจากจะได้สำแดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรรัสเซียก่อน เมื่อเดินทางเข้าประเทศ มิเช่นนั้น หากเจ้าหน้าที่ศุลกากรรัสเซียตรวจพบจะยึดเงินสดดังกล่าวไว้ทันที
(12 พฤษภาคม 2553)
ประกาศสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว
เรื่อง กฎหมายวัตถุมีคมและอาวุธปืนไว้ในครอบครองของญี่ปุ่นฉบับแก้ไข
แรงงานหญิงไทยในดูไบถูกตำรวจจับกุมในข้อหาค้าประเวณี
กระทรวงการต่างประเทศ ได้รับรายงานจากสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ว่า ตำรวจหน่วย Crime Investigation Department (CID) ได้เข้าจับกุมพนักงานนวดหญิงไทย 7 คน ในร้านนวดแห่งหนึ่ง โดยตำรวจได้รับรายงานว่าร้านนวดดังกล่าวมีการให้บริการทางเพศกับลูกค้า จึงส่งเจ้าหน้าที่ปลอมตัวเป็นลูกค้าเข้าไปใช้บริการจนสามารถจับกุมพนักงานหญิงไทยได้ขณะให้บริการ และนำไปควบคุมตัวไว้ที่สำนักงาน CID
กระทรวงการต่างประเทศจึงขอประชาสัมพันธ์เตือนหญิงไทยที่จะเดินทางไปค้าประเวณีในต่างประเทศว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย หลายประเทศที่ทางการได้เอาจริงเอาจังและดำเนินการอย่างเข้มงวดกับกิจการที่ผิดกฎหมายทุกประเภท
(20 พฤศจิกายน 2552 )
สถานการณ์ก่อความไม่สงบในรัฐ Jharkhan พิหาร และโอริสสา
กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา เกี่ยวกับสถานการณ์การก่อความไม่สงบของกลุ่มก่อการร้าย Maoist ว่า รัฐบาลอินเดียได้ประกาศเตือนว่า อาจจะมีการโจมตีขบวนรถไฟโดยกลุ่มก่อการร้าย Maoist ในบริเวณพื้นที่บางส่วนของรัฐพิหาร (Bihar) Jharkhan และบริเวณพรมแดนที่ติดกับรัฐเบงกอลตะวันตก ทั้งนี้ สถานีรถไฟต่าง ๆ ที่อยู่ในรัฐดังกล่าวต่างมีความสุ่มเสี่ยงต่อการถูกโจมตีของกลุ่ม Maoist ด้วย
จึงขอประชาสัมพันธ์ให้คนไทยที่จะเดินทางโดยรถไฟผ่านพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการโจมตีดังกล่าวในระยะนี้ ให้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ หรือหากไม่มีความจำเป็นก็ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในบริเวณดังกล่าว จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเป็นปกติ
(2 พฤศจิกายน 2552 )
ข้อห้ามในการนำพาอาวุธปืนไปต่างประเทศ
กระทรวงการต่างประเทศ ขอประชาสัมพันธ์เตือนคนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศ หรือเดินทางกลับจากต่างประเทศให้ทราบเกี่ยวกับข้อห้ามการนำพาอาวุธปืนเก็บไว้ในกระเป๋าสัมภาระ (Check-in-baggage) แม้ว่าจะแยกชิ้นส่วนและใส่ไว้ในกระเป๋าสัมภาระแล้วก็ตาม หากเจ้าหน้าที่ประจำสนามบินตรวจพบ ท่านจะถูกยึดอาวุธปืนไว้และมีบทลงโทษอีกด้วย
(20 ตุลาคม 2552)
การลักลอบขนยาเสพติดในบราซิล
กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจาก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย นำส่งบทความเกี่ยวกับการลักลอบขนยาเสพติดในบราซิลเรื่อง "Stomach for rent to drug traffickers" จากหนังสือพิมพ์ O Estado do S. Paulo ของบราซิล สรุปสาระสำคัญดังนี้
บราซิลอยู่ช่วงกลางของเส้นทางการค้ายาเสพติดระหว่างประเทศและสนามบินนครเซา เปาโล เป็นเป้าหมายหลักของการลักลอบขนยาเสพติดทางอากาศ เนื่องจากมีเที่ยวบินเชื่อมต่อจุดต่างๆ ในลาตินอเมริกา โอกาสที่ผู้รับจ้างลักลอบขนยาเสพติดจะนำออกไปได้มีมาก ยาเสพติดบางส่วนอยู่ในบราซิล แต่ตลาดหลักของยาเสพติดอยู่ในยุโรปและเอเชีย ผู้รับจ้างลักลอบฯ ส่วนใหญ่เป็นคนยากจน อายุไม่มาก และมาจากหลายประเทศ เช่น อังกฤษ สเปน แอฟริกาใต้ อังโกล่า เป็นต้น ค่าจ้างลักลอบขนยาเสพติด สูงสุดไม่เกิน 5,000 เหรียญสหรัฐฯ โดยจะจ่ายเมื่อมีการส่งมอบของ การลักลอบขนยาเสพติดด้วยการกลืนลงในท้องเป็นวิธีที่ใช้มาก เนื่องจากสามารถลักลอบขนได้จำนวนมาก ประมาณ 70-100 แคปซูล แต่ละแคปซูลบรรจุยาฯ ประมาณ 5 ถึง 7 กรัม ซึ่งแพทย์ได้กล่าวว่า ผู้ลักลอบขนยาเสพติดกลืนโคเคนบริสุทธิ์ซึ่งอันตรายมากโดยเฉพาะเมื่อแคปซูลที่บรรจุโคเคนแตกเมื่ออยู่ในร่างกาย วิธีช่วยชีวิตของผู้กลืนโคเคนคือ การผ่าตัด โดยเฉลียโรงพยาบาลผ่าตัดช่วยชีวิตเดือนละ 6 ราย
สำหรับเส้นทางที่ใช้เพื่อลักลอบขนยาเสพติดบ่อยๆ ได้แก่ จากนครเซาเปาโลไปยังกรุงลอนดอน กรุงบรัสเซลส์ กรุงมาดริดและบาเซโลน่า กรุงลิสบอน กรุงปารีส นครซูริค เซเนกัล กรุงโรม นครอิสตันบูล กรุงลากอส นครดูไบ กรุงลาอุนด้า (อังโกล่า) กรุงเทพฯ และนครโจฮันเนสเบิร์ก
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ปัจจุบันมีนักโทษไทยต้องโทษคดีลักลอบขนยาเสพติดในเรือนจำนครเซา เปาโล ประเทศบราซิล จำนวนรวมทั้งสิ้น 20 ราย
จึงขอประชาสัมพันธ์เตือนคนไทยขอให้คำนึงถึงผลร้ายของการลักลอบขนยาเสพติด ขอให้ระมัดระวัง/หลีกเลี่ยงการถูกชักชวนเข้าสู่กระบวนการค้ายาเสพติดในฐานะผู้ลักลอบขนยาเสพติดจากแหล่งผลิตในประเทศที่สามไปยังแหล่งจำหน่าย หลายประเทศจะมีบทลงโทษที่รุนแรงสูงสุดถึงประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
(16 ตุลาคม 2552)
การจับกุมหญิงไทยข้อหาลักลอบนำยาเสพติดเข้าประเทศมาเลเซีย
กระทรวงการต่างประเทศ ได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ว่าเมื่อต้นเดือนกันยายน 2552 เจ้าหน้าที่ตำรวจกัวลาลัมเปอร์ได้เข้าตรวจค้นโรงแรมแห่งหนึ่งและได้พบหญิงที่ต้องสงสัยว่าลักลอบขนส่งยาเสพติดระหว่างประเทศ จึงทำการตรวจค้นร่างกายและห้องพัก ได้พบแคปซูลบรรจุโคเคนจำนวน 63 แค็ปซูล รวม 1 กิโลกรัม อยู่ในกระเพาะอาหารของหญิงไทยดังกล่าว จึงให้ขับถ่ายยาเสพติดออกจากร่างกาย
ต่อมา สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้เดินทางไปเยี่ยมหญิงไทยคนดังกล่าว ที่สำนักงานตำรวจปราบปรามยาเสพติด โดยหญิงไทยรายนี้เล่าว่า ได้ลักลอบนำยาเสพติดเข้าประเทศมาเลเซียจริงโดยใช้วิธีกลืนลงท้อง ได้รับการว่าจ้างในราคา 1 แสนบาท จากชายจากทวีปแอฟริกา ซึ่งมีภรรยาเป็นคนไทยที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย โดยให้ตนเดินทางไปรับยาเสพติดจากบุคคลในประเทศบราซิล ตนจึงเดินทางจากรุงเทพฯ ไปบราซิล และผ่านสิงคโปร์ ดูไบ เมื่อถึงบราซิลได้กลืนยาลงท้อง แล้วเดินทางกลับโดยแวะผ่านดูไบ ก่อนเดินทางมายังกรุงกัวลาลัมเปอร์ แล้วเข้าพักโรงแรมเพื่อรอสายมารับยา แต่ถูกตรวจจับเสียก่อน
จึงขอเตือนคนไทยขอให้คำนึงถึงผลร้ายของการลักลอบขนยาเสพติด การถูกชักชวนเข้าสู่กระบวรการค้ายาเสพติดในฐานะผู้ลักลอบขนยาเสพติดจากแหล่งผลิตในประเทศที่สามไปยังแหล่งจำหน่ายในประเทศจุดหมายปลายทางอื่น ๆ ว่าหลายประเทศจะมีบทลงโทษที่รุนแรงสูงสุด คือประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
(15 ตุลาคม 2552)
คนไทยถูกล่อลวงมาทำงานในกระบวนการต้มตุ๋นฉ้อโกงทรัพย์
กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ว่า ได้รับการประสานจากหญิงไทย 3 คน ประสงค์ขอรับความช่วยเหลือเพื่อเดินทางกลับประเทศไทย โดยบุคคลทั้ง 3 ได้เดินทางมาจากประเทศไทย โดยการชักชวนจากคุณแอน (นามสมมุติ) ซึ่งได้รู้จักที่โรงเรียนสอบภาษาอังกฤษสำหรับผู้ประสงค์จะไปทำงานในต่างประเทศ โดยจะให้มาทำงานขายแก้วในลักษณะนำเข้า-ส่งออกกับประเทศไทยและลาว แต่เมื่อเข้าทำงานกับนายจ้างลูกครึ่งเกาหลี – จีน พบว่างานที่จะได้ทำเป็นงานเกี่ยวกับการตุ้มตุ๋นคนไทยโดยการสุ่มส่งข้อความและการติดต่อพูดคุยทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ อาศัยการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่องค์กรบริการด้านสาธารณูปโภค หรือ ธนาคารพาณิชย์ ตามทวงค่าบริการหรือหนี้สินที่ค้างชำระ โดยมีการข่มขู่และบีบบังคับให้นำเงินเข้าเลขบัญชีธนาคารตามที่กำหนดไว้ ซึ่งหญิงไทยทั้ง 3 คน ได้พิจารณาว่าลักษณะงานดังกล่าวผิดกฎหมายและศีลธรรม จึงได้ทำการหลบหนีออกมาขอความช่วยเหลือจากสถานกงสุลใหญ่ฯ ทางสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ให้ความช่วยเหลือส่งตัวหญิงไทยทั้ง 3 คน กลับประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว
(15 ตุลาคม 2552)
การให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยในบัลแกเรีย
กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูคาเรสต์ ว่าได้ให้ความช่วยเหลือแรงงานไทย จำนวน 7 คน ที่ประสบปัญหานายจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง โดยแรงงานไทยดังกล่าวได้เดินทางไปทำงานกับบริษัทแห่งหนึ่งในเมือง Radomir ประเทศบัลแกเรีย ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2552 โดยผ่านบริษัทจัดหางานไทย ต่อมา ในเดือนกรกฎาคม 2552 สถานเอกอัครราชทูต ฯ ได้รับการร้องเรียนจากแรงงานดังกล่าวว่าไม่ได้รับค่าจ้างตามที่ระบุในสัญญาฯ ซึ่งจากการสอบถามไปยังบริษัทฯ ได้รับแจ้งว่าแรงงานไทยไม่สามารถทำงานได้ตามมาตรฐานที่ทางบริษัทฯ กำหนด สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงได้ประสานกับบริษัทจัดหางานไทยเพื่อดำเนินการนำแรงงานไทยดังกล่าวกลัปประเทศไทยต่อไป
กระทรวงการต่างประเทศ จึงขอประชาสัมพันธ์ เตือนให้แรงงานไทยที่ประสงค์จะไปทำงานในต่างประเทศให้ขอรับข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนเกี่ยวกับลักษณะงาน รายได้ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่พึงได้จากบริษัทจัดหางาน และตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ ตามสัญญาจ้าง ทุกครั้งก่อนตัดสินใจไปทำงานในต่างประเทศ
(15 ตุลาคม 2552)
คนไทยถูกปฏิเสธให้เข้าเมืองจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโปรตุเกส
ด้วยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิสบอน ได้รับแจ้งจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของโปรตุเกสว่า เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2551 สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของโปรตุเกส ได้ปฏิเสธการเข้าเมืองของคนไทยสามราย ซึ่งมีวีซ่าท่องเที่ยวเข้าโปรตุเกสอย่างถูกต้อง เนื่องจากบุคคลทั้งสามไม่สามารถให้เหตุผลชัดเจนถึงวัตถุประสงค์ในการเดินทางเข้าประเทศ จึงเห็นว่าบุคคลทั้งสามดังกล่าว มีเจตนาใช้วีซ่าท่องเที่ยวเพื่อมาทำงานในโปรตุเกส หรือไม่ก็เพื่อเดินทางต่อไปทำงานในประเทศอื่นๆ ในยุโรป โดยใช้วีซ่า Schengen
กระทรวงการต่างประเทศจึงขอเตือนผู้ที่ต้องการเดินทางไปทำงานในโปรตุเกส หรือใช้โปรตุเกสเป็นทางผ่านเข้าไปทำงานยังประเทศอื่นๆ โดยใช้วีซ่าท่องเที่ยวของ Schengen เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย อาจถูกปรับ จำคุกและถูกส่งตัวกลับในที่สุด ซึ่งทำให้ต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย รวมทั้ง อาจถูกขึ้นทะเบียนเป็นบุคคลต้องห้าม (Black list) เดินทางเข้าประเทศนั้นๆ ด้วย
(24 ธันวาคม 2551)
ระวังถูกหลอกลวง
ด้วยกระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจาก สอท. ณ กรุงเบิร์น ว่ามีผู้หญิงรายหนึ่งเข้าร้องทุกข์กับ สอท. ดังนี้
นายปีเตอร์ เพื่อนชายชาวเยอรมันซึ่งรู้จักกันที่ประเทศไทยได้ชักชวนให้เดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งนายปีเตอร์ ชายชาวเยอรมันมารับที่สนามบิน นายปีเตอร์พูดภาษาไทยได้คล่องแคล่วชัดเจน โดยหญิงไทยได้พบและรู้จักกันที่พัทยา ซึ่งต่อมาคบกันในฐานะแฟน หญิงไทยดังกล่าวเล่าว่าไม่ทราบอาชีพที่แท้จริงของนายปีเตอร์และสถานะใดๆเลย และไม่ทราบที่อยู่ที่แท้จริงเพียงแต่นายปีเตอร์ แจ้งว่ามีธุรกิจส่วนตัวและนายปีเตอร์ ทำให้ไว้วางใจมาโดยตลอดโดยนัดพบกันที่กรุงเทพ ตลอดมาเป็นระยะเวลา 1 ปี และนายปีเตอร์ได้ชักชวนให้ไปท่องเที่ยวประเทศสวิตฯ โดย นายปีเตอร์เป็นผู้ดำเนินการขอ Etate Schengen Visa และดำเนินการซื้อตั๋วทุกอย่างให้แก่ตนโดยหญิงไทยเดินทางไปเที่ยวลำพังและนัดมารับที่สนามบินซูริคพอถึงระยะเวลากำหนดกลับประเทศไทยนายปีเตอร์ไม่ยินยอมให้กลับทั้งๆที่นายปีเตอร์ก็ทราบว่าตนได้รับการตรวจลงตราถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน เท่านั้นแต่นายปีเตอร์ไม่ยินยอมให้กลับและรื้อค้นและยึดทรัพย์สินรวมทั้งเงินที่มีอยู่ทั้งหมดไป
ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีพฤติกรรมเข้าข่ายในการลักลอบค้ามนุษย์ข้ามชาติและเพื่อปกป้องกันมิให้หญิงไทยตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์นี้ กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ จึงขอแจ้งเตือนประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนชาวไทยโดยเฉพาะหญิงไทยที่อาจถูกหลอกลวงตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์หลอกลวงหญิงไทยหรือแรงงานไทยไปทำงานค้าประเวณียังต่างประเทศจึงแจ้งเตือนให้มีความระมัดระวังให้มากขึ้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อได้
(23 ธันวาคม 2551 )
ระวังตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้าประเวณี
ด้วยกระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจาก สอท.ณ กรุงพริทอเรียว่าได้ช่วยเหลือหญิงไทยซึ่งถูกหลอกไปค้าประเวณีสถานบริการ The Lodge นครโจฮันเนสเบิร์ก รายละเอียดดังนี้
หญิงไทยจำนวน 8 คน ได้ถูกนายหน้าหลอกไปทำงานที่แอฟริกาใต้ โดยหลอกว่าจะให้ไปทำงานนวด และทำร้านอาหารไทยค่าจ้างประมาณเดือนละห้าหมื่น-หกหมื่นบาท เมื่อทั้งหมดเดินทางถึงสนามบิน OR Tanbo นครโจฮันเนสเบิร์ก ชายผิวขาวได้ไปรับและพาไปยังบ้านพัก ของนางนงนุชหรือจอย(นามสมมุติ) และนางนุชได้แจ้งว่าหญิงไทยแต่ละรายเป็นหนี้ตนรายละ 75,000 แรนด์ หรือประมาณ 250,000 บาท และต้องทำงานชดใช้ให้หมดหากไม่ทำงานตนจะขายต่อให้ซ่องที่มีการบังคับใช้ยาเสพติดก่อนที่จะทำงาน หญิงไทยทั้งหมดจึงต้องยอมทำงานกับสถานบริการ The Lodge โดยทำงานตั้งแต่ วันจันทร์- วันอาทิตย์ เวลา 11.00-02.00 น. หรือดึกกว่านั้นแล้วแต่จำนวนของแขกที่มาเที่ยว หญิงไทยทั้งหมดจึงตัดสินใจที่จะหลบหนี แต่ไม่สามารถหลบหนีออกมาได้เนื่องจากบ้านพักมีประตูและเหล็กปิดกั้นไว้หลายชั้น มีรั้วไฟฟ้าและมีคนเฝ้าคุมตลอดเวลาจนต่อมาสามารถติดต่อญาติที่ประเทศไทยให้แจ้งหน่วยราชการเพื่อขอความช่วยเหลือ
กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ จึงขอแจ้งเตือนประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนชาวไทยโดยเฉพาะหญิงไทยที่อาจถูกหลอกลวงตกเป็นเหยื่อของกระบวนการค้ามนุษย์และยังมีอีกหลายๆรูปแบบขบวนการที่ใช้ในการหลอกลวงหญิงไทยหรือแรงงานไทยทำงานค้าประเวณียังต่างประเทศจึงแจ้งเตือนให้มีความระมัดระวังให้มากขึ้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อได้
(23 ธันวาคม 2551)
จับกุมคนต่างด้าวเข้าประเทศมาเลเซีย
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ รายงานว่าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประเทศมาเลเซีย ได้แถลงข่าวการจับกุมคนต่างด้าวที่กระทำความผิดกฎหมายเข้าเมือง นับตั้งแต่ต้นปี 2551 ถึงปัจจุบันว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาโดยมีสถิติคนไทยถูกจับกุมจำนวน 658 ราย การกระทำความผิดที่พบมากได้แก่ ไม่มีเอกสารเดินทางที่ถูกต้อง อยู่เกินกำหนดเวลาที่ได้รับอนุญาตและไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของการตรวจลงตรา และรวมไปถึงเรื่องเกี่ยวกับการหลอกลวงและการฉ้อโกง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไปในรูปแบบของการหลอกลวงให้คนไทยเดินทางมารับเงิรางวัลที่มาเลเซียไม่ว่าจะเป็นการติดต่อกันในประเทศไทยหรือเป็นการแจ้งการถูกรางวัลจากประเทศมาเลเซียแล้วขอให้เดินทางมารับเงินที่ประเทศมาเลเซียและเมื่อคนไทยเดินทางมาถึงก็จะถูกเรียกร้องให้เสียค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นค่าใช้จ่ายนายหน้าบ้างหรือค่าธรรมเนียมอื่นใดบ้างจนในที่สุดก็ไม่ได้รับรางวัลอันใดเลย
ดังนั้นกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ จึงประชาสัมพันธ์เตือนคนไทยหรือนักท่องเที่ยวไทยเพื่อเป็นการป้องกันปัญหากระทำ
การผิดกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของประเทศมาเลเซียผู้ที่ประสงค์จะเดินทางเข้าประเทศมาเลเซียให้ใช้เอกสารการเดินทางที่ถูกต้องซึ่งได้แก่หนังสือเดินทางหรือบัตรผ่านแดน ทั้งนีโดยให้พำนักอยู่ตามกำหนดที่ได้รับอนุญาตและให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของการตรวจลงตราโดยเคร่งครัดโดยไม่ลักลอบทำงาน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา
(มิถุนายน 2551)
การประท้วงในกรุงนิวเดลีประเทศอินเดีย
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี ได้รายงานว่าเกิดเหตุการจลาจลและการประท้วงโดยชนกลุ่มน้อย Gujjar ในรัฐราชาสถาน ซึ่งได้แผ่ขยายมาถึงเขตปริมณฑลของกรุงนิวเดลีประเทศอินเดียดังนั้นกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ จึงประชาสัมพันธ์เตือนคนไทยหรือนักท่องเที่ยวไทยในระยะนี้ ซึ่งการประท้วงยังคงดำเนินอยู่ในรัฐราชาสถานและขยายถึงในกรุงนิวเดลีและเขตปริมณฑล จึงอาจเกิดภัยอันตราย และผลกระทบในแง่ความไม่สะดวกในการเดินทางต่อนักท่องเที่ยวไทยได้
เนื่องจากถนนและทางรถไฟหลายสายได้รับผลกระทบโดยรวมถึงเส้นทางที่จะไปทัชมาฮาล เมืองอักกรา ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวไทยนิยมไป จึงขอให้คนไทยที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวในกรุงนิวเดลีและรัฐราชาสถานรับทราบสถานการณ์ดังกล่าวและหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงนี้ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ขอให้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี เมื่อเดินทางถึงอินเดียเพื่อที่จะให้ความช่วยเหลือได้ทันทีหากเกิดเหตุใดๆ
(มิถุนายน 2551)
ระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพ
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก รายงานว่าได้รับแจ้งจากชาวไทยที่เดินทางไปยังประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อท่องเที่ยวหรือติดต่อธุรกิจต่างๆ ว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ เข้าไปขอตรวจหนังสือเดินทางและกระเป๋าเงิน แล้วถือโอกาสหยิบเงินในกระเป๋าและหลบหนีไป ทั้งนี้ ยังเกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกันกับชาวญี่ปุ่นด้วย โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพ มักจะดักรอนักท่องเที่ยวบริเวณด้านหน้าโรงแรม ห้างสรรพสินค้าและสถานบันเทิงต่างๆ โดยจะเลือกช่วงเวลาที่มีผู้คนไม่พลุกพล่านมากนัก จากนั้นจะส่งคนเข้าไปหาเป้าหมายโดยทำทีว่าจะสอบถามทาง โดยพูดภาษาดัตช์เพือให้แน่ใจว่าเป็นชาวต่างชาติที่ไม่รู้ภาษาดัตช์ เมื่อเห็นว่านักท่องเที่ยวไม่เข้าใจความหมายก็จะปลีกตัวจากไป จากนั้นจะมีชาย 2 คนตรงเข้าไปหานักท่องเที่ยว และแจ้งว่าเป็นตำรวจเนเธอร์แลนด์ หรือ เจ้าหน้าทีนอกเครื่องแบบ โดยแสดงบัตรประจำตัวให้ดู แล้วขอดูหนังสือเดิทางเพื่อตรวจสอบวีซ่า จากนั้นจะขอดูเงินสดที่พกติดตัว โดยอ้างว่าเพื่อตรวจสอบว่ามีเงินยูโรปลอมอยู่ในครอบครองหรือไม่ เมื่อนักท่องเที่ยวส่งกระเป๋าเงินให้ตรวจดู ก็จะใช้โอกาสนั้นหยิบเงินในกระเป๋าและวิ่งหนีไป
กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ จึงขอประชาสัมพันธ์เตือนคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางไปท่องเที่ยวหรือทำธุรกิจต่างๆ ยังประเทศเนเธอร์แลนด์ โปรดระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพฉกเงินจากกระเป๋าโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และหากประสบกับกลุ่มที่อ้างตัวดังกล่าว ขอให้ตั้งขอสงสัยไว้ก่อนว่าเป็นกลุ่มมิจฉาชีพแม้บุคคลเหล่านั้นจะแสดงบัตรประจำตัวให้ดูว่าเป็นเจ้าหน้าที่ หากไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือกลุ่มมิจฉาชีพ ควรเลี่ยงการหยิบหนังสือเดินทางหรือกระเป๋าเงินให้ควรพยายามนำไปพบเจ้าหน้าที่โรงแรม/ห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นคนท้องถิ่นที่สามารถแยกแยะและสื่อสารกับกลุ่มคนเหล่านี้ได้ หากเป็นกลุ่มมิจฉาชีพจริง ก็จะปลีกตัวจากไปเอง
|
|
 |
 |
| กันยายน 2553 |
| อา. |
จ. |
อ. |
พ. |
พฤ. |
ศ. |
ส. |
| |
1 |
2 |
3 |
4 |
| 5 |
6 |
7 |
8 |
9 |
10 |
11 |
| 12 |
13 |
14 |
15 |
16 |
17 |
18 |
| 19 |
20 |
21 |
22 |
23 |
24 |
25 |
| 26 |
27 |
28 |
29 |
30 |
|
|  |
 | ------------------------- ข่าวเตือนภัย -------------------------
|  |
 | ------------------------- ข่าวประชาสัมพันธ์ -------------------------
|  |
|
|  |